เว็ปไซต์ที่จะเปลี่ยน Lifestyle คุณไปตลอดกาล ที่นี่เรารวมเทคนิคดีๆ เพื่อสุขภาพคุณ
ท่าออกกำลังกายลดพุง เคล็ดลับการดูแลสุภาพ วิธีสร้าง ซิกแพค การลดน้ำหนัก ไม่ว่าข้อมูลจะลึกลับซับซ้อนแค่ไหน เรารวมไว้ให้ที่นี่สำหรับคุณ

ลดแขนด้วยดัมเบล 5 ท่า ทำตามง่ายๆ

ลดแขนด้วยดัมเบล ใครเป็นมือใหม่ก็สามารถทำได้มีใครในที่นี่ประสบปัญหาต้นแขนใหญ่หรือต้นแขนหย่อนยานกันบ้างไหมคะ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็เป็นเรื่องกวนใจของใครหลายคนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะใส่ชุดไหนก็ดูล่ำบึกไปซะทุกอย่าง ยิ่งเราต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวด้วยแล้ว การใส่เสื้อแขนยาวก็อาจไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรทุกปัญหาก็ย่อมมีทางออกเสมอ เพราะในวันนี้เราได้รวบรวมท่าลดแขนด้วยดัมเบลแบบง่ายๆ มาให้ทุกคนกัน บอกเลยว่าแต่ละท่าที่คัดมานี้ จัดได้ว่าเป็นท่าที่สายสุขภาพชอบออกกันมากๆ ถ้าได้ออกท่าเหล่านี้กันแล้วรับรองเลยว่าต้นแขนของทุกคนจะมีความฟิตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่สัปดาห์แรกเลยล่ะ พูดแล้วอาจจะดูเวอร์ไปสักหน่อยแต่ถ้าได้ลองทำจริงๆ แล้ว ต้องพูดเลยว่าผลลัพธ์เวอร์กว่ามาก ฉะนั้นแล้วถ้าใครอยากมีต้นแขนที่เรียวเล็กดังใจหวัง งั้นเรามาลดแขนด้วยดัมเบลกันเลยดีกว่าค่ะ

สุดยอดท่า ลดแขนด้วยดัมเบล เห็นผลตั้งแต่ 1 สัปดาห์แรก!

1.ท่าลดแขนด้วยดัมเบล ท่าที่ 1

เริ่มกันที่ท่าเบสิกสไตล์มือใหม่หัดยกดัมเบลกันก่อนเลย โดยท่านี้ให้เริ่มจากการยืนตรงแล้วกางขาออกเล็กน้อย จากนั้นหยิบดัมเบลทั้ง 2 อันขึ้นไว้ที่มืออย่างละข้าง (หากใครไม่มีดัมเบลสามารถใช้ขวดน้ำ 1.5 ลิตรแทนได้) จากนั้นยกดัมเบลขึ้นมาไว้ด้านหน้าลำตัว แล้วยกดัมเบลลงไปที่สะโพก ทำสลับแบบนี้จนกว่าจะครบ 20 รอบ แล้วทำต่อไปเรื่อยๆ อีก 4 เซ็ต

2.ท่าลดแขนด้วยดัมเบล ท่าที่ 2

ท่าที่ 2 จะเป็นท่ายกดัมเบลแบบนั่ง โดยพยายามให้หลังเหยียดตรง จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างยกดัมเบลหรือขวดน้ำขึ้นมาไว้ระหว่างศรีษะ แล้วใช้แขนข้างซ้ายยกดัมเบลขึ้นจนสุดแขน และกลับท่าเดิม พร้อมกับสลับไปทำด้านขวาแล้วยกขึ้นเหมือนเดิม เมื่อทำครบทั้งสองข้างแล้วให้นับเป็น 1 ครั้ง จากนั้นทำต่ออีก 20 ครั้ง จำนวน 5 เซ็ต หรือถ้าใครรู้สึกชินแล้วสามารถปรับจำนวนเซ็ตขึ้นได้ตามใจชอบ

3.ท่าลดแขนด้วยดัมเบล ท่าที่ 3

สำหรับท่ายกดัมเบลท่าที่ 3 นี้จะมีความคล้ายคลึงกับท่าที่ 2 แต่จะแตกต่างกันตรงที่ท่านี้จะยกดัมเบลทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกัน โดยนั่งแยกขาให้กว้างขึ้นสักหน่อย แล้วนั่งติดกับพนักพิงของเก้าอี้ได้เลย จากนั้นทำท่านี้ 20 ครั้ง จำนวน 5 เซ็ตค่ะ ซึ่งต้องบอกเลยว่าท่านี้จะง่ายกว่าท่าแรกอยู่มาก แต่เรื่องความเมื่อยก็แอบเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่รับรองเลยว่าถ้าได้ทำท่านี้เป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ต้นแขนกระชับขึ้นได้ไม่ยาก  

4.ท่าลดแขนด้วยดัมเบล ท่าที่ 4

ท่าที่ 4 ยังคงเป็นท่านั่งเหมือนเดิม แต่ท่านี้จะเปลี่ยนจากการใช้ดัมเบลคู่เป็นดัมเบลเดี่ยวแทน เริ่มแรกให้นั่งหลังตรงแล้วใช้มือข้างหนึ่งวางไปที่เก้าอี้แบบสบายๆ ส่วนมืออีกข้างให้ยกดัมเบลขึ้นเหนือศรีษะจนสุดแขน แล้วงอแขนไปด้านหลังทำแบบนี้ข้างละ 20 ครั้ง จำนวน 5 เซ็ต เมื่อทำครบแล้วให้สลับไปทำอีกข้างค่ะ

5.ท่าลดแขนด้วยดัมเบล ท่าที่ 5

ลดแขนด้วยดัมเบล

ท่าสุดท้ายสามารถเลือกนั่งหรือยืนก็ได้ โดยให้ใช้ดัมเบลเดี่ยว จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างประคองดัมเบลขึ้นมาไว้เหนือศรีษะ แล้วยืดแขนทั้งสองไปให้สุดแขน จากนั้นยกดัมเบลไปด้านหลังศรีษะ ทำสลับกัน 20 ครั้ง จำนวน 5 เซ็ตค่ะ

วิธีเลือกดัมเบลให้เหมาะสมกับผู้เล่น

ลดแขนด้วยดัมเบล

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่หัดออกกำลังกาย เริ่มแรกอาจลองใช้ขวดน้ำ 1.5 แทนการใช้ดัมเบลไปก่อน แต่เมื่อร่างกายรู้สึกชินแล้วให้เปลี่ยนมาใช้ดัมเบลแทน ซึ่งวิธีการเลือกดัมเบลให้เหมาะสมกับผู้เล่น สามารถพิจารณาได้ดังนี้เลยค่ะ

1.เลือกประเภทของดัมเบล

หากใครเป็นมือใหม่ และไม่รู้ว่าจะเลือกดัมเบลประเภทไหนดี ก่อนอื่นเลยเราต้องทำความรู้จักกับประเภทของดัมเบลแต่ละชนิดกันก่อน โดยประเภทของดัมเบลจะมีหลักๆ ให้เลือก 2 ประเภท คือ ดัมเบลที่ไม่สามารถปรับน้ำหนักได้ ซึ่งดัมเบลประเภทนี้จะเหมาะสำหรับมือใหม่หัดออกกำลังกายเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำหนักของดัมเบลจะมีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม ซึ่งแตกต่างจากดัมเบลแบบปรับน้ำหนักได้ ที่ผู้เล่นสามารถเลือกน้ำหนักได้ตามต้องการ ส่วนมากแล้วดัมเบลประเภทนี้จะใช้กับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ และอยากเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อเป็นหลัก

2.การเลือกน้ำหนักของดัมเบล

โดยทั่วไปแล้วดัมเบลจะมีให้เลือกหลากหลายขนาดด้วยกัน โดยจะเริ่มตั้งแต่ขนาดเบาสุด 0.5 แล้วค่อยไต่ระดับไปจนถึง 10 กิโลกรัม แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนที่เป็นมือใหม่ขอแนะนำให้เริ่มจาก 2 กิโลกรัมก่อนแล้วค่อยเพิ่มไปทีละระดับ ส่วนผู้ชายที่เพิ่งเริ่มเล่นควรเริ่มจาก 5 กิโลกรัมเป็นต้นไป เมื่อร่างกายเริ่มชินแล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้นประมาณร้อยละ 25 จากน้ำหนักดัมเบลเดิม แต่บางครั้งการเลือกดัมเบลเราควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย เพราะหากร่างกายของเรายังไม่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากพอ เมื่อยกดัมเบลที่มีขนาดหนักอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บขึ้นได้

3.เลือกวัสดุของดัมเบล

ลดแขนด้วยดัมเบล

จริงๆ แล้วดัมเบลไม่ได้มีวัสดุแค่แบบเหล็กเปลือยอย่างเดียวเท่านั้น แต่ดัมเบลยังมีแบบเหล็กหุ้มยาง และพลาสติกอีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติของดัมเบลแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันออกไป หากใช้ดัมเบลเหล็ก จะมีข้อดีตรงที่วัสดุมีความแข็งแรง สามารถหาซื้อได้ง่าย แต่ข้อเสียของดัมเบลประเภทนี้จะเกิดสนิมได้ง่าย หากเราวางไว้ในที่ที่มีความชื้น ส่วนดัมเบลแบบเหล็กหุ้มยาง จะเป็นดัมเบลที่ผลิตจาก เหล็กเหมือนกับดัมเบลแบบแรก แต่ภายนอกจะหุ้มไว้ด้วยยาง จึงป้องกันการตกหล่นได้ดี ด้วยวัสดุที่ออกแบบมาเป็นยางจึงทำให้จับถนัดมือ และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย แต่ข้อเสียของดัมเบลประเภทนี้จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าดัมเบลแบบเหล็ก สำหรับดัมเบลยางหรือพลาสติก เป็นดัมเบลที่สามารถพบเจอได้บ่อยตามฟิตเนสหรือห้างสรรพสินค้า โดยดัมเบลชนิดนี้มักผลิตมาจาก PVC และพลาสติกเป็นหลัก ทั้งยังมีขนาดที่เล็ก และสามารถนำออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งถ้าเป็นมือใหม่หัดออกกำลังกาย ดัมเบล 2 ประเภทหลังจะเหมาะสมที่สุดค่ะ

                หากใครเป็นมือใหม่หัดออกกำลังกาย อย่าลืมนำท่าลดแขนด้วยดัมเบลที่ เรารวบรวมมาให้กันในวันนี้ ไปลองปฏิบัติตามกันดูนะคะ รับรองว่าทุกคนจะมีต้นแขนที่เรียวเล็ก ได้ไม่ยากเลย ส่วนใครที่อยากซื้อดัมเบลมาใช้งาน ก็อย่าลืมคำนึงถึงขนาด และน้ำหนักของดัมเบลกันด้วยนะคะ

Tag
กล้ามเนื้อแข็งแรง (2) การนอน (1) คนวัยทำงาน (1) ซิกแพค (3) ซิทอัพ (1) ดูแลตัวเอง (3) ดูแลสุขภาพ (12) นอน (3) นอนน้อย (1) ป้องกัน (1) ผิวดี (1) พักผ่อน (1) ฟิคเนส (1) ลดความอ้วน (2) ลดความเครียด (7) ลดต้นขา (2) ลดต้นแขน (5) ลดน้ำหนัก (2) ลดสัดส่วน (4) ลำไส้ (1) ล้นต้นแขนแบบง่ายๆ (1) วัยทำงาน (1) วิ่ง (1) สดชื่น (1) สดใส (2) สร้างซิกแพค (3) สุขภาพ (2) สุขภาพดี (19) สุขภาพตอนนอน (1) สุขภาพที่ดี (1) สุขภาพแข็งแรง (1) อยากสูง (1) ออกกำลงกาย (1) ออกกำลังกาย (19) ออกกำลังกายแบบ HIIT (1) ออกกำลังกายแบบเข้มข้น (1) เดินช้า (1) เดินทาง (1) เดินออกกำลังกาย (1) เดินเพื่อสุขภาพ (1) เดินเร็ว (1) เตรียมตัวออกกำลังกาย (6) เรื่องน่ารู้ (1) แขนกระชับ (1) แข็งแรง (10)